fbpx

เจาะธุรกิจหุ้นน้องใหม่ “ดิทโต้” โหนเทรนด์ไทยแลนด์ 4.0 จ่อเข้า mai

เจาะธุรกิจหุ้นน้องใหม่ “ดิทโต้” โหนเทรนด์ไทยแลนด์ 4.0 จ่อเข้า mai

เจาะธุรกิจหุ้นน้องใหม่ “ดิทโต้” โหนเทรนด์ไทยแลนด์ 4.0 จ่อเข้า mai

หากพูดถึงแนวโน้มการระดมทุนปี 2561 หุ้นน้องใหม่ หรือ “หุ้นไอพีโอ” น่าจะคึกคักไม่น้อยกว่าปี 2560 เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ฯตั้งเป้าหุ้นไอพีโอเข้าเทรดไม่ต่ำกว่า 30 บริษัท หรือคิดเป็นมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) กว่า 2.8 แสนล้านบาท และหนึ่งในหุ้นน้องใหม่ที่จะเข้าเทรดปีหน้า คาดว่าน่าจะมีบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ติดอยู่ในลิสต์ด้วย

ทั้งนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสพูดคุยกับหัวเรือใหญ่อย่าง “นายฐกร รัตนกมลพร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO ซึ่งฉายภาพธุรกิจให้ฟังว่า DITTO เป็นบริษัทที่ประกอบกิจการมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเริ่มก่อตั้งมาเกิน 15 ปี (นับตั้งแต่ปี 2543) ดำเนินธุรกิจ 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ ธุรกิจให้เช่า จำหน่าย และให้บริการด้านเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ และเครื่องใช้สำนักงาน ดำเนินงานโดยบริษัทย่อยคือ บริษัท สยามทีซี เทคโนโลยี จำกัด โดย DITTO ถือหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว ซึ่งเป็นธุรกิจเริ่มแรกที่เปิดดำเนินการตั้งแต่ 10 กว่าปีก่อน โดยปัจจุบันบริษัทมีเครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องพิมพ์ที่ให้บริการกระจายอยู่กว่า 4-5 พันเครื่อง แบ่งเป็นลูกค้าเอกชน 50% และราชการ 50% และถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 30% ของรายได้รวม

ถัดมาคือธุรกิจรับงานโปรเจ็กต์ภาครัฐ ได้แก่ การรับเหมาวิศวกรรมด้านการวางระบบเทคโนโลยีสำหรับโครงการของหน่วยงานราชการต่าง ๆ เช่น ศูนย์วิทยาศาสตร์-ดาราศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์ โดยปีที่ผ่านมาบริษัทได้รับการคัดเลือกให้การติดตั้งระบบฉายภาพดวงดาวให้กับท้องฟ้าจำลองที่เอกมัย มูลค่าราว 95 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบโทรมาตรวัดน้ำและระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้แก่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย

ส่วนธุรกิจสุดท้ายคือ งานบริการสแกนและวางระบบในการจัดเก็บเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่องค์กรต่าง ๆ ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2559 ถือเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างสูง โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์, หน่วยงานภาครัฐ, หอสมุดแห่งชาติ, บริษัทประกัน, โรงพยาบาล และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มดำเนินการงานสแกนและจัดเก็บเอกสารให้แก่องค์กรขนาดใหญ่หลาย ๆ แห่ง อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY), บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC), พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย)

ถือเป็นความพยายามของบริษัทที่เดินหน้าธุรกิจให้สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ ซึ่งมีนโยบายเรื่องการจัดเก็บข้อมูลแบบดิจิทัลมากขึ้น

โดยตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลออกเกณฑ์เรื่องเอกสารการทุจริตไม่มีหมดอายุความ ส่งผลให้เอกสารการจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวง ทบวง กรม ต้องมีการจัดเก็บเอกสารไว้ทั้งหมด จึงเป็นโอกาสที่บริษัทจะรับงานหน่วยงานภาครัฐในอนาคต และบริษัทยังหมายมั่นปั้นมือว่าธุรกิจนี้จะเป็นดาวเด่นที่สุดอีกด้วย

จากพื้นฐานทางธุรกิจที่ปูทางสร้างความแข็งแกร่งหลายด้าน จึงทำให้ผลประกอบการปี 2560 คาดว่ารายได้จะเติบโตมากกว่า 10% จากปี 2559 ที่ทำได้ 550 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจทั้ง 3 ส่วนยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยราว 30% ทั้ง 3 ธุรกิจ ขณะที่แผนงานระยะยาว 5 ปีข้างหน้า (ปี 2561-2565) บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตอย่างน้อยปีละราว 10-15% ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างการเติบโตให้ยั่งยืนขึ้น บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 80 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งคิดเป็น 20% ของหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะซื้อขายบนกระดานได้ในช่วงไตรมาส 1 หรือไตรมาส 2/2561

โดยหวังว่าจะระดมทุนไปใช้สำหรับ ลงทุนขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จำนวน 228 ล้านบาท ลงทุนขยายศักยภาพในงานสแกนเอกสารตามภูมิภาค อาทิ ภาคใต้, ภาคเหนือ และภาคอีสาน จำนวน 42 ล้านบาท และนำไปลงทุนขยายศักยภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบจัดการเอกสาร 35 ล้านบาท

นอกจากนี้ก่อนจากลากัน หัวเรือใหญ่ DITTO ยังระบุว่าหุ้นอยู่ในหมวดเครื่องใช้สำนักงาน พร้อมหยอดคำหวานว่า ตนมีแผนในใจเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาการจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น

ที่มา: https://www.prachachat.net/finance/news-98116