
ประเทศไทยไม่เพียงแต่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังขึ้นชื่อว่าเป็น “สวรรค์นักช้อป” ที่มีสินค้าหลากหลายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดใจและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดีคือสิทธิประโยชน์ด้านภาษี
ดังนั้นการเลือกแหล่งช้อปปิ้งในไทยที่รองรับการขอคืน VAT สำหรับนักท่องเที่ยว จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ผู้ประกอบการและนักช้อปควรรู้ บทความนี้ DITTO จะพาทุกคนไปเจาะลึกพิกัดช้อปปิ้งสุดฮิต วิธีสังเกตร้านค้า พร้อมขั้นตอนการเคลมภาษีคืนแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้ทุกการใช้จ่ายคุ้มค่าสูงสุด
แจกแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในไทยที่ขอคืน VAT ได้
การเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว (VAT Refund for Tourists) เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยสร้างความมั่นใจและกระตุ้นยอดจับจ่ายของชาวต่างชาติ ปัจจุบันประเทศไทยมีศูนย์การค้าระดับเวิลด์คลาสมากมายที่วางระบบรองรับการขอคืนภาษีไว้อย่างมืออาชีพ
ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ
ย่านใจกลางกรุงเทพมหานครคือศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ระดับโลก และเป็นจุดปักหมุดหลักที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมาเยือน โดยห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่พร้อมให้บริการคืนภาษีมีดังนี้
Siam Paragon
ศูนย์กลางการช้อปปิ้งระดับลักชัวรีที่เป็นหมุดหมายอันดับต้น ๆ ของชาวต่างชาติ ที่นี่รวบรวมช้อปแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ ร้านเพชร และแฟชั่นชั้นนำไว้อย่างครบครัน ร้านค้าส่วนใหญ่ภายในสยามพารากอนเป็นร้านค้าจดทะเบียนที่พร้อมออกเอกสาร ภ.พ.10 ให้ลูกค้านำไปยื่นขอเงินคืนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ICONSIAM
แลนด์มาร์กสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผสมผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับความสากลได้อย่างลงตัว ที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์การขอคืนภาษีเต็มรูปแบบ โดยมีจุดบริการลูกค้าและเคาน์เตอร์เฉพาะที่คอยอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและออกเอกสารคืนภาษีอย่างเป็นระบบ
CentralWorld
ไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ใจกลางย่านราชประสงค์ แหล่งรวมแบรนด์แฟชั่นและร้านอาหารจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยความหลากหลายของสินค้าและการเดินทางที่สะดวก ทำให้ศูนย์การค้าแห่งนี้มีปริมาณนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการออกเอกสาร VAT Refund สูงเป็นอันดับต้น ๆ ในแต่ละวัน
Em District
พื้นที่ช้อปปิ้งสุดหรูย่านสุขุมวิท (ประกอบด้วย Emporium, EmQuartier และ EmSphere) ที่ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียม ร้านค้าแฟชั่นนำเข้าและสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับดีไซเนอร์ในโครงการนี้ ส่วนใหญ่รองรับการออกเอกสารคืนภาษีทันทีเมื่อมียอดซื้อตรงตามเงื่อนไข
MBK Center
ศูนย์การค้าขวัญใจนักท่องเที่ยวต่างชาติที่โดดเด่นเรื่องสินค้าไอที แกดเจ็ต ของที่ระลึก และสินค้าพื้นเมือง แม้ภายในจะมีร้านค้าขนาดย่อมจำนวนมาก แต่หลายร้านได้วางระบบรองรับการคืนภาษีไว้ ทำให้ชาวต่างชาติสามารถซื้อสินค้าในราคาย่อมเยาพร้อมสิทธิประโยชน์ด้านภาษีได้พร้อมกัน
เอาท์เล็ตและศูนย์รวมแบรนด์เนมสำหรับนักท่องเที่ยว

สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มองหาความคุ้มค่าและต้องการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในราคาพิเศษ ประเทศไทยมีเอาท์เล็ตและศูนย์รวมสินค้าปลอดภาษีที่โดดเด่นในเรื่องการจัดการระบบคืนภาษี
King Power Duty Free
ผู้ให้บริการร้านค้าปลอดอากรชั้นนำที่มีสาขาทั้งในเมืองและในสนามบินนานาชาติ เป็นสถานที่แรก ๆ ที่นักท่องเที่ยวนึกถึงเมื่อต้องการซื้อเครื่องสำอาง น้ำหอม และสินค้าแฟชั่นระดับโลก โดยมีระบบการจัดการเอกสารคืนภาษีที่เป็นมาตรฐานสากล รวดเร็ว และแม่นยำ
Central Village
ลักชัวรีเอาท์เล็ตใกล้สนามบินสุวรรณภูมิที่รวบรวมแบรนด์เนมชั้นนำมาลดราคาตลอดทั้งปี ที่นี่ถือเป็นจุดแวะช้อปปิ้งจุดสุดท้ายของนักท่องเที่ยวหลายคนก่อนเดินทางกลับประเทศ ซึ่งร้านค้าเกือบทั้งหมดภายในโครงการสามารถออกเอกสาร VAT Refund ได้ทันที
One Bangkok
แลนด์มาร์กมิกซ์ยูสระดับโลกแห่งใหม่ใจกลางเมืองที่รวบรวมพื้นที่รีเทลและร้านค้าคอนเซ็ปต์ใหม่ ๆ ไว้มากมาย โครงการนี้มีการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ทันสมัย ทำให้ร้านค้าภายในสามารถอำนวยความสะดวกเรื่องการตรวจสอบสิทธิ์และออกเอกสารคืนภาษีได้อย่างลื่นไหล
ตลาดและแหล่งช้อปไลฟ์สไตล์
นอกเหนือจากห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แล้ว แหล่งช้อปปิ้งแนวไลฟ์สไตล์และร้านค้าเฉพาะทางในปัจจุบัน ก็เริ่มปรับตัวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสิทธิ์คืนภาษีมากขึ้นเช่นกัน
ร้านค้าภายในโครงการที่มีสัญลักษณ์ VAT Refund
ไม่ว่าจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ หรือโครงการตลาดนัดติดแอร์ในหัวเมืองท่องเที่ยว หากร้านค้าปลีกภายในโครงการเหล่านั้นมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้องและติดป้ายสัญลักษณ์สากล นักท่องเที่ยวก็สามารถรวบรวมยอดซื้อภายในร้านเพื่อขอออกเอกสารคำร้องได้
ร้านของฝากและสินค้าไทยยอดนิยม
ร้านจำหน่ายผลไม้อบแห้ง สมุนไพรไทย ผ้าไหม หรือสินค้าหัตถกรรมไทยตามย่านท่องเที่ยว ปัจจุบันเข้าร่วมระบบคืนภาษีจำนวนมาก เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ชาวต่างชาติซื้อสินค้าในปริมาณที่มากขึ้นต่อบิล และช่วยยกระดับสินค้าท้องถิ่นสู่สากล
ร้านแฟชั่น เครื่องสำอาง และสินค้าไลฟ์สไตล์
ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และร้านค้าเฉพาะทางที่กระจายอยู่ตามย่านท่องเที่ยว มีระบบหน้าร้านที่พร้อมสนับสนุนนักท่องเที่ยว เพียงแสดงหนังสือเดินทาง (Passport) ตอนชำระเงิน ระบบจะดึงข้อมูลเพื่อออกเอกสารคำร้องได้อย่างรวดเร็ว
วิธีสังเกตร้านค้าที่สามารถขอคืน VAT Refund คืนได้

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ ว่าร้านค้าเหล่านั้นเข้าร่วมโครงการคืนภาษีหรือไม่ โดยการสังเกตป้ายสัญลักษณ์สีฟ้า-ขาว ที่มีข้อความระบุชัดเจนว่า “VAT REFUND FOR TOURISTS” ซึ่งมักจะแสดงไว้บริเวณหน้าร้าน กระจกทางเข้า หรือบริเวณเคาน์เตอร์แคชเชียร์
นอกจากนี้ก่อนทำการซื้อสินค้า ควรแนะนำให้นักท่องเที่ยวสอบถามพนักงานเพื่อความมั่นใจอีกครั้งว่าทางร้านสามารถออกเอกสารคำร้อง ภ.พ.10 ได้ และมียอดซื้อขั้นต่ำครบ 2,000 บาทขึ้นไปต่อร้านค้าภายในวันเดียวกัน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการเคลมภาษีคืน
ขั้นตอนการทำ VAT Refund ง่าย ๆ ที่สนามบิน
เมื่อช้อปปิ้งและได้รับเอกสารคำร้อง ภ.พ.10 พร้อมใบกำกับภาษีตัวจริงจากร้านค้าเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำเอกสารไปยื่นขอเงินคืนที่สนามบินนานาชาติก่อนเดินทางออกนอกประเทศ โดยมีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้
- ยื่นเอกสารตรวจสิทธิ์ก่อนโหลดกระเป๋า : นำเอกสาร ภ.พ.10 ใบกำกับภาษีตัวจริง และหนังสือเดินทาง ไปให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบและประทับตราประรับรอง ณ สำนักงานศุลกากรในสนามบิน โดยต้องทำขั้นตอนนี้ก่อนเช็กอินและโหลดสัมภาระ
- แสดงสินค้ากลุ่มพิเศษ (หากมี) : หากซื้อสินค้ากลุ่ม Luxury Goods หรือสินค้ามูลค่าสูง เช่น อัญมณี ทองคำ นาฬิกา แว่นตา หรือกระเป๋าแบรนด์เนมที่มีมูลค่าต่อชิ้นตามที่กฎหมายกำหนด ต้องแยกใส่กระเป๋าถือติดตัวไว้ เพื่อนำไปแสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจรับรองอีกครั้งที่เคาน์เตอร์คืนภาษีด้านใน
- รับเงินคืนที่เคาน์เตอร์ VAT Refund : หลังจากผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เรียบร้อยแล้ว ให้เดินไปยังเคาน์เตอร์บริการคืนภาษีนักท่องเที่ยวเพื่อยื่นเอกสารที่ประทับตราแล้ว โดยสามารถเลือกรับเงินคืนเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีบัตรเครดิตตามเงื่อนไข
เพิ่มความประทับใจให้นักท่องเที่ยว ด้วยระบบ E-VRT
เพื่อเปลี่ยนให้ทุกแหล่งช้อปปิ้งกลายเป็นพื้นที่ไร้รอยต่อ การลดขั้นตอนงานเอกสารที่ยุ่งยากหน้าร้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ การปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการกรอกเอกสารกระดาษมาใช้ระบบคืนภาษีนักท่องเที่ยว หรือระบบ E-VRT จาก DITTO คือทางออกที่ช่วยยกระดับการบริการของผู้ประกอบการยุคใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม
ระบบ E-VRT สามารถเชื่อมต่อกับระบบ POS ของร้านค้าเพื่อดึงข้อมูลยอดซื้อมาสร้างแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดเวลาที่ลูกค้าต้องยืนรอนาน ป้องกันความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลพาสปอร์ตผิดพลาด และส่งข้อมูลตรงไปยังกรมสรรพากรได้อย่างถูกต้อง 100% นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเอกสารสูญหายระหว่างเดินทาง ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับเงินคืนที่สนามบินอย่างรวดเร็วและน่าประทับใจยิ่งขึ้น
Article Summary
การเลือกซื้อสินค้าในแหล่งช้อปปิ้งที่รองรับการคืนภาษี ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับความคุ้มค่าและสร้างประสบการณ์ที่ดีในการมาเยือนประเทศไทย ในมุมของผู้ประกอบการ การเตรียมพร้อมระบบหน้าร้านให้ทันสมัยเป็นโอกาสสำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขาย ซึ่งเทคโนโลยี E-VRT จาก DITTO พร้อมเข้ามาเป็นตัวช่วยจัดการงานภาษีให้เป็นเรื่องง่าย ถูกต้อง และยกระดับร้านค้าของคุณสู่มาตรฐานสากล สนใจยกระดับการให้บริการของร้านค้า ติดต่อ Ditto ได้ที่ Line: @dittothailand หรือ โทร: 02 – 517 – 5555
Frequently Asked Questions (FAQ)
ร้านค้าทุกร้านในไทยสามารถขอคืน VAT ได้หรือไม่?
ไม่สามารถทำได้ทุกร้าน ร้านค้าที่จะให้สิทธิ์คืนภาษีแก่นักท่องเที่ยวได้ ต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับกรมสรรพากร และได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ VAT Refund for Tourists อย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น
สามารถขอคืน VAT ที่สนามบินไหนได้บ้าง?
นักท่องเที่ยวสามารถยื่นขอคืนภาษีได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติหลัก 8 แห่งในประเทศไทย ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, ภูเก็ต, หาดใหญ่, อู่ตะเภา, สมุย และกระบี่ โดยต้องเผื่อเวลาทำเรื่องให้เสร็จสิ้นก่อนการเดินทางออกนอกประเทศ
สินค้าประเภทไหนบ้างที่ไม่สามารถขอคืน VAT ได้?
สินค้าที่ไม่สามารถนำมาขอคืนภาษีได้ ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภคที่ถูกแกะเปิดใช้หรือรับประทานภายในประเทศไทยแล้ว, บริการต่าง ๆ (เช่น ค่าที่พักโรงแรม ค่าอาหาร ค่าสปา), อาวุธปืน วัตถุระเบิด หรือสินค้าต้องห้ามตามกฎหมาย รวมถึงสินค้าที่ไม่ได้นำติดตัวเดินทางออกนอกประเทศจริง