
การบริหารจัดการเงินได้และการเสียภาษีถือเป็นหน้าที่สำคัญตามกฎหมายของคนทำงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือผู้ประกอบการรายย่อย แต่หลายคนยังคงรู้สึกว่าเรื่องภาษีเป็นเรื่องซับซ้อนและเข้าใจยาก ส่งผลให้เกิดความกังวลเมื่อถึงฤดูกาลภาษีในแต่ละปี บทความนี้ Ditto จะพาคุณไปทำความเข้าใจกันว่า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร ใครบ้างที่มีหน้าที่ต้องจ่าย และมีเกณฑ์การคำนวณอย่างไร เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวจัดการภาษีได้อย่างถูกต้องและรักษาเงินในกระเป๋าได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีทางตรงที่กรมสรรพากรจัดเก็บจากบุคคลทั่วไปที่มีรายได้เกิดขึ้นในรอบปีภาษีนั้น ๆ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม โดยคำนวณจาก “เงินได้สุทธิ” ตามอัตราภาษีแบบก้าวหน้า (Progressive Tax Rate) ยิ่งมีเงินได้สุทธิมากก็จะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น โดยเงินภาษีที่จัดเก็บได้ รัฐบาลจะนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศและจัดสรรสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่ประชาชน
รายได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงต้องยื่นภาษี
ในทางกฎหมาย กรมสรรพากรได้แบ่งเกณฑ์การเสียภาษีออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้
- เกณฑ์การยื่นภาษี
- คนโสด หากมีเงินได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว (40(1)) เกิน 120,000 บาทต่อปี หรือมีเงินได้ประเภทอื่นเกิน 60,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษี
- คนมีคู่สมรส หากมีเงินได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวรวมกันเกิน 220,000 บาทต่อปี หรือมีเงินได้ประเภทอื่นรวมกันเกิน 120,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษี
- เกณฑ์การเสียภาษี
-
- หลังจากนำรายได้ทั้งหมดมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว หากเหลือเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท จะได้รับยกเว้นภาษี (เสียภาษี 0 บาท) แต่หากมีเงินได้สุทธิเกิน 150,000 บาทขึ้นไป จึงจะเริ่มคำนวณเสียภาษีตามขั้นบันได
ใครบ้างต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ตามประมวลรัษฎากร ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงบุคคลและนิติบุคคลบางประเภทตามเงื่อนไข ดังนี้
- บุคคลธรรมดา ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย หรือผู้ที่มีเงินได้จากต่างประเทศและนำเงินนั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกัน ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ
- ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล กลุ่มคนที่มาร่วมทำธุรกิจแต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
- ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี หากผู้มีรายได้เสียชีวิตระหว่างปี ให้ผู้จัดการมรดก หรือทายาท เป็นผู้รับผิดชอบยื่นภาษีแทน
- กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ในกรณีที่ผู้เสียชีวิตมีรายได้จากทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้จัดการแบ่งให้ทายาทในปีถัดไป
- วิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บางส่วนตามเงื่อนไขของกฎหมาย
เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท มีอะไรบ้าง
กรมสรรพากรได้จัดหมวดหมู่รายได้ หรือเงินได้พึงประเมินออกเป็น 8 ประเภท (ตามมาตรา 40) เพื่อให้สามารถหักค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนดได้อย่างเหมาะสม ดังนี้
- ประเภทที่ 1 (40(1)) เงินได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน โบนัส เบี้ยเลี้ยง ค่าล่วงเวลา (OT)
- ประเภทที่ 2 (40(2)) เงินได้จากหน้าที่ หรือตำแหน่งงานที่รับทำ เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่านายหน้า ค่าเบี้ยประชุม ค่าตอบแทนฟรีแลนซ์ทั่วไป
- ประเภทที่ 3 (40(3)) เงินได้จากค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ
- ประเภทที่ 4 (40(4)) เงินได้ดอกเบี้ย เงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุน ส่วนแบ่งกำไร คริปโทเคอร์เรนซี
- ประเภทที่ 5 (40(5)) เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน เช่น เช่าบ้าน เช่ารถยนต์ การผิดสัญญาเช่าซื้อ
- ประเภทที่ 6 (40(6)) เงินได้จากวิชาชีพอิสระเฉพาะ 6 ประกอบวิชาชีพ ได้แก่ วิชาการแพทย์ กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม บัญชีและประณีตศิลปกรรม
- ประเภทที่ 7 (40(7)) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องจัดหาวัตถุดิบในส่วนสำคัญเองนอกจากเครื่องมือ
- ประเภทที่ 8 (40(8)) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การขายของออนไลน์ การแสดงของนักแสดงสาธารณะ และรายได้อื่น ๆ ที่ไม่เข้าพวก 1 – 7

รายการค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีอะไรบ้าง
ค่าลดหย่อน คือสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายที่นำมาใช้ลบออกจากเงินได้ เพื่อช่วยให้เงินได้สุทธิน้อยลงและเสียภาษีน้อยลง โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ ดังนี้
- หมวดส่วนตัวและครอบครัว ค่าลดหย่อนส่วนตัว (60,000 บาท) คู่สมรสไม่มีรายได้ (60,000 บาท)ค่าลดหย่อนบุตร ค่าดูแลพ่อแม่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
- หมวดประกันและกองทุนออมเงิน ประกันสังคม ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)
- หมวดอสังหาริมทรัพย์ ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท
- หมวดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ สิทธิประโยชน์พิเศษที่ภาครัฐประกาศเพิ่มขึ้นมาในแต่ละปี เช่น มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
- หมวดเงินบริจาค เงินบริจาคทั่วไป เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา พัฒนาสังคม และการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ซึ่งบางประเภทสามารถลดหย่อนได้ถึง 2 เท่า
วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
โครงสร้างการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใช้วิธีคำนวณหลัก ๆ 2 รูปแบบ โดยแบบที่คุ้นเคยที่สุดคือ วิธีคำนวณจากเงินได้สุทธิ ซึ่งมีสูตรคำนวณง่าย ๆ ดังนี้
| (เงินได้พึงประเมินทั้งหมด – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) = เงินได้สุทธิ |
ตัวอย่างเช่น
นาย A มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว (เงินได้ประเภทที่ 1) เดือนละ 50,000 บาท
- รวมรายได้ทั้งปี 50,000 x 12 = 600,000 บาท
- จ่ายเงินสมทบประกันสังคมเดือนละ 750 บาท รวมทั้งปี 9,000 บาท
เริ่มจากเอารายได้ตั้งต้น มาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนพื้นฐานออกไปก่อนรายได้ทั้งปีตั้งต้น
- รายได้ทั้งปีตั้งต้น 600,000 บาท
- หักค่าใช้จ่ายสูงสุดตาม 100,000 บาท
- หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- หักลดหย่อนประกันสังคม 9,000 บาท
- (600,000 – 100,000 – 69,000) = เงินได้สุทธิ 431,000 บาท
เมื่อได้เงินได้สุทธิแล้ว ให้นำมาคูณกับอัตราภาษีแบบก้าวหน้าตามขั้นบันได ดังนี้
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี |
| 0 – 150,000 | ยกเว้นภาษี (0%) |
| 150,001 – 300,000 | 5% |
| 300,001 – 500,000 | 10% |
| 500,001 – 750,000 | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% |
| 5,000,001 บาทขึ้นไป | 35% |
ทีนี้เราจะเอาเงิน 431,000 บาท มาหั่นแบ่งเพื่อคิดภาษีตามขั้นบันได ดังนี้
- 150,000 บาทแรก จะได้รับยกเว้นภาษี
- 150,000 บาทต่อมา โดนอัตรา 5% เสีย 7,500 บาท
- 131,000 บาทสุดท้าย อัตรา 10% เสีย 13,100 บาท
- ดังนั้น สรุปได้ว่า ปีนี้นาย A จะต้องจ่ายภาษีเงินได้ทั้งหมด 20,600 บาท
ขั้นตอนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เพื่อให้การยื่นแบบภาษีในแต่ละปีเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ตกหล่น และป้องกันการโดนค่าปรับย้อนหลัง สามารถทำตามลำดับขั้นตอนดังนี้
- รวบรวมเอกสารรายได้ เตรียมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จากผู้ว่าจ้าง หรือบริษัท รวมถึงหลักฐานรายได้อื่น ๆ ตลอดทั้งปี
- รวบรวมเอกสารค่าลดหย่อน เตรียมใบเสร็จค่าเบี้ยประกัน หนังสือรับรองการซื้อกองทุน ใบเสร็จรับเงินบริจาค e-Donation และใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
- คำนวณเงินได้และสิทธิลดหย่อน นำตัวเลขรายได้ หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ และลบด้วยรายการค่าลดหย่อนที่มี เพื่อสรุปยอดเงินได้สุทธิ
- ดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการ ทำการยื่นภาษีผ่านแบบ ภ.ง.ด.90 (สำหรับผู้มีรายได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (สำหรับผู้มีเงินเดือนอย่างเดียว)
- ชำระภาษีหรือขอคืนภาษี หากมีภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม สามารถจ่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ หรือหากถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกิน ก็สามารถกดแจ้งความประสงค์ขอคืนภาษีได้ทันที
สามารถยื่นภาษีได้ผ่านช่องทางไหนบ้าง
ปัจจุบันการยื่นแบบแสดงรายการภาษีทำได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยกรมสรรพากรเปิดให้บริการผ่านช่องทางหลัก ๆ ดังนี้
- ยื่นผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Filing) ช่องทางที่สะดวกที่สุดผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร (efiling.rd.go.th) หรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax โดยสามารถยื่นได้ตั้งแต่ 1 มกราคม ไปจนถึงวันที่ 8 เมษายนของปีถัดไป
- ยื่นด้วยแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากร สามารถเดินทางไปยื่นแบบด้วยตนเองได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ปกติคือสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี

Article Summary
การจัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะง่ายขึ้น เมื่อรู้ว่ารายได้ของเราอยู่ในประเภทไหน ใช้สิทธิลดหย่อนอะไรได้บ้าง และต้องยื่นแบบเมื่อไหร่ การเตรียมเอกสารให้พร้อมตั้งแต่ระหว่างปีจึงช่วยลดความยุ่งยากในช่วงยื่นภาษี และทำให้วางแผนการเงินได้ชัดเจนขึ้น
หากวันหนึ่งคุณขยายธุรกิจและจดทะเบียนเป็นบริษัท ก็ต้องดูแลเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม พร้อมแยกเอกสารของบริษัทออกจากเอกสารส่วนตัวให้ชัดเจน Ditto พร้อมช่วยให้งานเอกสารเป็นระบบมากขึ้นด้วยระบบจัดการเอกสารดิจิทัล (DMS) และระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ที่ช่วยจัดเก็บ ค้นหาและจัดการเอกสารได้สะดวก ลดการใช้กระดาษ และเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับงานบัญชีและภาษี สนใจสามารถติดต่อเราได้ที่ Line: @dittothailand หรือโทร. 02-517-5555
Frequently Asked Questions (FAQ)
ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ทันตามกำหนดเวลา ต้องทำอย่างไร?
หากยื่นภาษีไม่ทันตามกำหนดเวลา ต้องเดินทางไปยื่นแบบด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเท่านั้น โดยจะต้องชำระเงินภาษีที่ติดค้าง พร้อมเสียค่าปรับอาญาจากการยื่นเกินกำหนด (สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท) และเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย) ในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระนับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนด
เป็นนักศึกษา หรือว่างงาน แต่มีรายได้จากการขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีไหม?
ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ผู้ว่างงาน หรือทำเป็นอาชีพเสริม หากมีรายได้จากการขายของออนไลน์ จัดอยู่ในเงินได้ประเภทที่ 8 เกิน 60,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษี (ภ.ง.ด.90) ครับ แต่จะเสียภาษีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อนำรายได้มาหักค่าใช้จ่าย เลือกหักเหมาได้ 60% หรือหักตามจริง และหักค่าลดหย่อนแล้ว เหลือเงินได้สุทธิเกิน 150,000 บาทหรือไม่
ทำอาชีพฟรีแลนซ์ รับจ้างอิสระ ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่?
ต้องยื่นภาษี เพราะเข้าเกณฑ์ผู้ที่ทำอาชีพฟรีแลนซ์ หรือรับจ้างอิสระ (เงินได้ประเภทที่ 2 หรือประเภทที่ 6) หากมีรายได้เกิน 60,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษี โดยฟรีแลนซ์ที่มีรายได้สม่ำเสมอจะต้องยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง คือ ยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน และยื่นภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90) ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมของปีถัดไป