
สิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้าไทยได้อย่างมาก แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่สินค้าทุกประเภทจะขอคืนภาษีได้ตามกฎหมายของกรมสรรพากร จึงมักเกิดความสับสนทั้งต่อนักท่องเที่ยวและพนักงานหน้าร้านที่ต้องจัดการเอกสารซับซ้อน บทความนี้ DITTO ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการเอกสารองค์กร ได้รวบรวมข้อห้ามสำคัญไว้เป็นคู่มือสมบูรณ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อม ยกระดับการบริการ และลดความผิดพลาดทางภาษีได้อย่างแม่นยำ
สินค้าประเภทไหนห้ามขอ VAT Refund คืน?
สำหรับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าสินค้าประเภทไหนห้าม refund VAT จะช่วยลดความสับสนและป้องกันการถูกปฏิเสธคำขอจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ โดยกลุ่มสินค้าและบริการที่มีข้อห้ามในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีรายละเอียดแบ่งออกเป็น 7 ประเภทหลัก ดังต่อไปนี้
1. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้แล้วหมดไป
สินค้าในกลุ่มนี้คือสิ่งของที่มีการเปิดใช้งาน บริโภค หรืออุปโภคไปแล้วภายในอาณาเขตของประเทศไทยก่อนที่จะมีการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งขัดกับหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเพื่อการส่งออกสินค้า
- อาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวทุกประเภทที่มีการแกะบรรจุภัณฑ์เพื่อรับประทานในระหว่างการพำนักท่องเที่ยว
- เครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว และน้ำหอม ที่นักท่องเที่ยวแกะเปิดกล่องเพื่อทดลองใช้งานหรือใช้เป็นประจำวันในไทย
- ยารักษาโรค ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามิน หรือเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้เพื่อการรักษาหรือบำรุงร่างกายในระหว่างทริป
- สินค้าของใช้ส่วนตัวสิ้นเปลือง เช่น แชมพู สบู่ ยาสีฟัน ผ้าอนามัย ที่หมดมูลค่าหรือลดน้อยลงไประหว่างการเดินทาง
2. กลุ่มบริการและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
เนี่องจากสิทธิ์การขอคืนภาษีนักท่องเที่ยวจะครอบคลุมเฉพาะสินค้าที่เป็นสิ่งของและมีการนำติดตัวออกนอกราชอาณาจักรเท่านั้น ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในรูปแบบการบริการที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงภายในประเทศจึงไม่เข้าเงื่อนไข
- ค่าห้องพักโรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ หรือค่าบริการที่พักอาศัยทุกรูปแบบในระหว่างการพำนัก
- ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และค่าบริการภายในภัตตาคาร ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ต่างๆ ทั่วประเทศ
- ค่าบริการนวดแผนไทย สปา ทรีตเมนต์ความงาม และการดูแลสุขภาพในสถานประกอบการ
- ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ค่าเช่ารถ ค่าบริการมัคคุเทศก์ ตลอดจนค่าบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ หรือคอนเสิร์ต
3. อัญมณีที่ยังไม่ได้ประกอบขึ้นตัวเรือน
กฎหมายควบคุมการซื้อขายสิ่งของมีค่าและอัญมณีเพื่อการทำ Vat Refund for Tourists มีข้อกำหนดที่เข้มงวดมาก เพื่อป้องกันการลักลอบค้าขายและขนย้ายทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงโดยไม่ผ่านระบบควบคุม
- เพชร พลอย ไพลิน ทับทิม หรืออัญมณีเม็ดร่วงทุกชนิดที่ยังไม่ได้ทำการฝังหรือประกอบเข้ากับตัวเรือนเครื่องประดับสำเร็จรูป
- ทองคำแท่ง หรือโลหะมีค่าที่ยังไม่ได้รับการแปรรูปให้เป็นทองรูปพรรณ (ทองรูปพรรณสามารถขอคืนได้ตามเกณฑ์ แต่ทองคำแท่งห้ามเด็ดขาด)
- แร่ธาตุมีค่าดิบหรือกึ่งเจียระไนที่ไม่มีการรับรองสภาพเป็นสิ่งของเครื่องประดับส่วนบุคคลที่ชัดเจน

4. สินค้าต้องห้ามหรือสินค้าอันตราย
สินค้าที่ขัดต่อกฎหมายความมั่นคง ภายในประเทศ หรือวัตถุอันตรายที่ไม่สามารถนำขึ้นอากาศยานหรือขนส่งออกนอกประเทศได้ตามกฎหมายศุลกากร จะถูกจำกัดสิทธิ์และไม่สามารถนำมาขอคืนภาษีได้ในทุกกรณี
- อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด อาวุธสงคราม หรือสิ่งเทียมอาวุธทุกประเภท
- ยาเสพติดให้โทษ สารเคมีอันตราย วัตถุไวไฟ หรือวัตถุมีพิษที่อยู่ภายใต้การควบคุมของภาครัฐ
- วัตถุโบราณ ศิลปวัตถุ หรือพระพุทธรูปที่มีกฎหมายควบคุมการส่งออก เว้นแต่ได้รับใบอนุญาต (แต่ก็ไม่สามารถขอคืน VAT ได้ในระบบปกติ)
- สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า และสิ่งของผิดกฎหมายทุกรูปแบบ
5. สินค้าที่ไม่มีเอกสารครบถ้วน
ความสมบูรณ์และถูกต้องของเอกสารเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของระบบภาษี หากนักท่องเที่ยวไม่สามารถแสดงหลักฐานที่เป็นทางการจากร้านค้า ย่อมถูกปฏิเสธคำขอจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำสนามบินทันที
- สินค้าที่ไม่มีแบบคำขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว หรือใบ ภ.พ.10 ตัวจริงจากทางร้านค้า
- สินค้าที่มีเพียงใบเสร็จรับเงินอย่างย่อ หรือสลิปเครื่องรูดบัตร แต่ไม่มีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ (Original Tax Invoice)
- เอกสารที่มีการระบุข้อมูลชื่อ-นามสกุล หรือเลขพาสปอร์ตไม่ตรงกับหนังสือเดินทางตัวจริงของนักท่องเที่ยวผู้ขอคืนภาษี
- ใบเอกสารทางภาษีที่มีรอยแก้ไข ขูดลบ ขีดฆ่า หรือชำรุดฉีกขาดจนไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลสาระสำคัญได้อย่างชัดเจน
6. สินค้าที่มูลค่ารวมกันไม่ถึงกำหนด
มาตรการทางภาษีมีการตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำในการซื้อสินค้าในแต่ละวัน เพื่อให้คุ้มค่าต่อกระบวนการบริหารจัดการ ตรวจสอบเอกสาร และคุ้มค่าต่อค่าธรรมเนียมในการดำเนินงานของภาครัฐ
- สินค้าที่ซื้อจากร้านค้าเดียวกันในวันเดียวกัน แต่มีมูลค่ารวมสุทธิน้อยกว่า 2,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
- ยอดสะสมรวมจากการเดินทางทั้งหมดที่มีมูลค่าไม่ถึง 5,000 บาท ในขั้นตอนการยื่นรับเงินคืนที่เคาน์เตอร์เจ้าหน้าที่ภายในสนามบิน
- การนำใบเสร็จจากหลายร้านค้าต่างรายชื่อมารวมกัน โดยที่ยอดซื้อของแต่ละร้านค้าเดี่ยวๆ ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้
7. สินค้าที่ไม่ได้ซื้อจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ VAT Refund
ไม่ใช่ทุกร้านค้าปลีกในประเทศไทยจะสามารถให้สิทธิ์การคืนภาษีแก่ชาวต่างชาติได้ ร้านค้าเหล่านั้นจำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและยื่นขอเข้าร่วมโครงการกับกรมสรรพากรอย่างเป็นทางการเสียก่อน
- สินค้าที่ซื้อจากร้านค้าปลีกขนาดเล็ก แผงลอย ตลาดนัด หรือร้านค้าชุมชนที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มปกติ (ภ.พ.20) แต่ไม่ได้ทำเรื่องอนุมัติเข้าร่วมระบบคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- การสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จากร้านค้าต่างประเทศ หรือร้านค้าที่ไม่มีหน้าร้านจดทะเบียนสิทธิ์ในระบบศุลกากรไทย
เงื่อนไขสำคัญในการขอคืน VAT Refund ที่นักท่องเที่ยวควรรู้
นอกเหนือจากการทราบว่าสินค้าประเภทไหนห้าม refund VAT แล้ว สิ่งสำคัญถัดมาที่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวต้องตระหนักร่วมกันคือข้อกำหนดเชิงกฎหมายและเงื่อนไขเวลา เพื่อให้กระบวนการยื่นคำขอที่สนามบินผ่านพ้นไปด้วยดีและไม่ถูกปฏิเสธ โดยมีเช็กลิสต์สำคัญดังต่อไปนี้
- ยอดซื้อขั้นต่ำต่อวันและต่อร้าน: นักท่องเที่ยวต้องช็อปปิ้งจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยมียอดซื้อรวมในแต่ละวันจากร้านค้านั้นๆ ไม่น้อยกว่า 2,000 บาท (รวม VAT) ซึ่งร้านค้าต้องออกเอกสารคำขอคืนภาษีพร้อมใบกำกับภาษีในวันนั้นทันที ไม่สามารถนำใบเสร็จต่างวันมานับยอดรวมย้อนหลังได้
- ต้องซื้อจากร้านค้าที่เข้าร่วม VAT Refund: ให้สังเกตป้ายสัญลักษณ์ “VAT REFUND FOR TOURISTS” ที่แสดงอย่างชัดเจนหน้าร้านหรือเคาน์เตอร์ชำระเงิน ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าร้านค้าได้รับสิทธิ์ในการออกใบ ภ.พ.10 ให้แก่ลูกค้าต่างชาติได้อย่างถูกต้อง
- ต้องนำสินค้าออกนอกประเทศภายในระยะเวลาที่กำหนด: สินค้าทั้งหมดที่ระบุในเอกสารภาษี จะต้องถูกนำติดตัวออกนอกประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติภายในระยะเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ซื้อสินค้า หากเกินกำหนดนี้สิทธิ์จะระงับทันที
- เอกสารที่ต้องใช้ในการขอคืนภาษี: นักท่องเที่ยวต้องแสดงพาสปอร์ตตัวจริงขณะซื้อสินค้าเพื่อให้หน้าร้านบันทึกข้อมูล และในวันเดินทางกลับต้องยื่นใบ ภ.พ.10 ตัวจริง ใบกำกับภาษี และตัวสินค้าให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราตรวจสอบก่อนเข้าเกตเพื่อรับเงินคืน
E-VRT ตัวช่วยสำคัญ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวขอ VAT Refund ได้สะดวกกว่าเดิม
ในยุคที่ความรวดเร็วและแม่นยำคือหัวใจของธุรกิจ การพึ่งพาเอกสารกระดาษแบบเดิมอาจสร้างความล่าช้าและเกิดข้อผิดพลาด การเลือกใช้ Software คืนภาษีนักท่องเที่ยว อย่างระบบ E-VRT (Electronic VAT Refund for Tourists) จาก DITTO จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยยกระดับการบริการได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยจุดเด่นดังต่อไปนี้
- เปลี่ยนกระบวนการสู่ดิจิทัล 100%: หมดปัญหาเอกสารสูญหาย การสะกดชื่อผิด หรือการกรอกเลขพาสปอร์ตคลาดเคลื่อน ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แบรนด์
- คำนวณแม่นยำแบบเรียลไทม์: สามารถตรวจสอบข้อมูลจากพาสปอร์ตและคำนวณภาษีได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนและแบ่งเบาภาระงานของพนักงานหน้าร้านได้อย่างมหาศาล
- เชื่อมต่อระบบสรรพากรโดยตรง: รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลการซื้อขายและการออกใบ ภ.พ.10 เข้าสู่ระบบของกรมสรรพากรโดยตรงในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- มีแดชบอร์ดอัจฉริยะสำหรับผู้บริหาร: มาพร้อมระบบสรุปรายงานภาษีและข้อมูลการซื้อขายที่ดูง่าย ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และวางแผนการตลาดต่อยอดได้ทันที
- ประหยัดเวลา ทั้งนักท่องเที่ยวไม่ต้องรอคิวนาน และพนักงานที่ไม่ต้องเสียเวลาเขียนเอกสารซ้ำ ๆ และทำให้พนักงานสามารถนำเวลาไปใส่ใจในการดูแลลูกค้าได้ดีขึ้น เพื่อยกระดับด้านบริการให้กับลูกค้าที่เข้ามาที่ร้านค้า

Article Summary
การทำความเข้าใจข้อกำหนดเรื่องรายการสินค้าและเงื่อนไขการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการค้าปลีกไทยสู่ระดับสากล การเปลี่ยนผ่านระบบเอกสารกระดาษสู่ระบบดิจิทัลไม่เพียงลดข้อผิดพลาดแต่ยังสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน สนใจยกระดับการให้บริการของร้านค้า ติดต่อ Ditto ได้ที่ Line: @dittothailand หรือ โทร: 02 – 517 – 5555
Frequently Asked Questions (FAQ)
ซื้อขนมและของฝากประเภทอาหารแห้ง สามารถทำ VAT Refund ได้หรือไม่
สามารถทำได้ หากสินค้าเหล่านั้นบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทตามมาตรฐานจากโรงงาน ไม่มีร่องรอยการแกะเปิดเพื่อบริโภคภายในประเทศไทย และนักท่องเที่ยวตั้งใจจะนำติดตัวออกไปนอกประเทศเพื่อเป็นของฝาก ทว่าหากมีการเปิดซองหรือรับประทานไประหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในไทย จะถือเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้หมดไปในประเทศทันที ซึ่งจะผิดเงื่อนไขและไม่สามารถขอคืนภาษีได้ทุกกรณี
ค่าทำสปา หรือค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว ขอคืนภาษีได้ไหม
ไม่สามารถขอคืนภาษีได้ เนื่องจากค่าบริการสปา ค่าบริการนวดแผนไทย หรือค่าบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จัดอยู่ในหมวดหมู่ “การบริการ” ซึ่งกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าการบริการนั้นได้รับการใช้ประโยชน์และสิ้นสุดลงภายในอาณาเขตประเทศไทยแล้ว ระบบการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยวจะให้สิทธิ์เฉพาะสินค้าที่เป็นสิ่งของจับต้องได้และถูกขนส่งออกนอกประเทศเท่านั้น
สินค้าที่ซื้อมาแล้วแกะใช้งานในไทยเลย จะยังขอ VAT Refund ได้อยู่ไหม
ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร สินค้าที่มีการแกะป้ายหรือนำออกมาใช้งานภายในประเทศแล้ว เช่น การซื้อเสื้อผ้าแล้วนำมาสวมใส่ทันที หรือการซื้อสมาร์ตโฟนแล้วเปิดเครื่องใช้งานในไทย จะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปฏิเสธการคืนภาษีเนื่องจากขัดต่อหลักการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าบางประเภทที่มีเงื่อนไขพิเศษ เจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจตรวจสภาพอย่างละเอียด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและไม่ให้เสียสิทธิ์ จึงควรคงสภาพสินค้าและบรรจุภัณฑ์ไว้ให้สมบูรณ์ที่สุดจนกว่าจะรับการตรวจรับรองที่สนามบิน