
สำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ หรือนักลงทุนที่เพิ่งเริ่มต้นจัดตั้งบริษัท การทำความเข้าใจเรื่องภาษีถือเป็นหน้าที่สำคัญทางกฎหมายที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งเป็นภาษีหลักที่องค์กรต้องคำนวณ และยื่นชำระแก่กรมสรรพากรตามรอบบัญชี นอกจากนี้ การจัดการภาษีอย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่โดนเบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่มย้อนหลัง แต่ยังช่วยให้บริหารจัดการงบการเงินของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ภาษีเงินได้นิติบุคคล คืออะไร
ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) คือ ภาษีทางตรงประเภทหนึ่งที่จัดเก็บจากรายได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมาย โดยคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษีในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี โดยทั่วไปคือ 12 เดือน เกิดจากรายได้จากกิจการ หรือเนื่องจากกิจการ หักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
ใครบ้างที่ต้องมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ไม่ใช่ทุกองค์กรที่จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรูปแบบเดียวกัน กรมสรรพากรได้กำหนดขอบเขตของผู้มีหน้าที่เสียภาษีและผู้ได้รับการยกเว้นไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

นิติบุคคลที่ต้องเสียภาษี
กลุ่มแรก คือองค์กรธุรกิจ และนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการแล้วเกิดรายได้ หรือมีผลกำไรตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีหน้าที่หลักในการนำงบการเงินมาคำนวณ และยื่นเสียภาษีเป็นประจำทุกรอบบัญชี ได้แก่
- บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เช่น บริษัท จำกัด บริษัท มหาชน จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
- บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ แต่ดำเนินกิจการในประเทศไทย หรือมีลูกจ้าง/ตัวแทนในการทำธุรกิจในไทยจนได้รับกำไร
- กิจการร่วมค้า (Joint Venture) และกิจการค้าร่วม
- มูลนิธิหรือสมาคม ที่ประกอบกิจการมีรายได้ ยกเว้นมูลนิธิ หรือสมาคมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดให้เป็นองค์การ หรือสถานสาธารณกุศล
นิติบุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี
ในทางกลับกัน กฎหมายก็ได้กำหนดข้อยกเว้นให้กับนิติบุคคลบางประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานภาครัฐ องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร หรือกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนพิเศษ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ดังนี้
- มูลนิธิ หรือสมาคมที่ได้รับการประกาศกำหนดให้เป็นองค์การ หรือสถานสาธารณกุศล ตามประกาศกระทรวงการคลัง
- หน่วยงานรัฐบาล องค์กรของรัฐ หรือเทศบาล
- สถาบันการศึกษาของรัฐบาล หรือสถาบันการศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน
- นิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในส่วนของกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามสิทธิประโยชน์ที่กำหนด
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องยื่นตอนไหน
การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาหลักในรอบระยะเวลาบัญชี เพื่อช่วยกระจายภาระภาษี และให้กรมสรรพากรติดตามผลการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ดังนี้
การยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.51)
การยื่นภาษีครึ่งปี คือการทยอยชำระภาษีล่วงหน้า เพื่อไม่ให้บริษัทต้องรับภาระจ่ายเงินก้อนใหญ่ในคราวเดียวเมื่อถึงตอนสิ้นปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี แล้วนำมากึ่งหนึ่งเพื่อคำนวณและชำระภาษีล่วงหน้า ซึ่งยอดภาษีที่จ่ายไปในครึ่งปีแรกนี้ จะสามารถนำไปหักออกจากยอดภาษีที่ต้องจ่ายจริงในตอนสิ้นปีได้
สำหรับระยะเวลาการยื่น จะต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี เช่น หากรอบบัญชีของกิจการสิ้นสุด 31 ธันวาคม ครึ่งปีจะสิ้นสุดที่ 30 มิถุนายน และจะต้องยื่นภาษีครึ่งปีภายในเดือนสิงหาคมนั่นเอง
การยื่นภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.50)
ส่วนการยื่นภาษีประจำปี คือการคำนวณกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงตลอดทั้งปี พร้อมแนบงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบ และรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่นิติบุคคลทุกแห่งต้องจัดการให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะต้องยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี กรณีรอบบัญชีปกติแบบตามปีปฏิทิน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม จะต้องยื่นภายในเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป

หมดปัญหาเรื่องเอกสารภาษี จัดการง่ายดายด้วยโซลูชันจาก Ditto
ความท้าทายสำคัญของการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่ใช่แค่เรื่องการคำนวณตัวเลข แต่คือการจัดการเอกสารประกอบการบัญชีที่กระจัดกระจาย และมีจำนวนมหาศาลตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีหรือเอกสารสำคัญ อย่างภาษีหัก ณ ที่จ่าย หากเอกสารสูญหาย ค้นหาไม่พบ หรือจัดเก็บไม่เป็นระบบ อาจส่งผลให้ไม่สามารถนำรายจ่ายนั้นมาตัดบวกกลับทางภาษีได้ และเสี่ยงต่อการถูกเบี้ยปรับย้อนหลังได้
Ditto พร้อมเคียงข้างองค์กรคุณด้วยโซลูชันระบบจัดการเอกสารดิจิทัล (DMS) และระบบจัดการข้อมูลองค์กร (ECM) ที่ช่วยเปลี่ยนเอกสารกระดาษให้เป็นระบบดิจิทัลที่ค้นหาง่าย ปลอดภัย และถูกต้องตามมาตรฐานกฎหมาย นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อระบบ E-tax Invoice ช่วยให้การรับ-ส่ง ใบกำกับภาษี และใบรับอิเล็กทรอนิกส์เป็นไปอย่างราบรื่น ลดข้อผิดพลาดในการทำบัญชี ยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง ตรงเวลา และสร้างความมั่นใจในทุกรอบการตรวจสอบจากกรมสรรพากร สำหรับใครที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล หรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line @dittothailand หรือโทร. 02-517-5555 ได้เลย
Frequently Asked Questions (FAQ)
เพิ่งจดทะเบียนบริษัทใหม่ ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเลยหรือไม่?
การเริ่มเสียภาษีจะนับตามผลประกอบการ และรอบระยะเวลาบัญชี หากบริษัทเพิ่งจดทะเบียน และยังไม่มีรายได้ หรือมีผลประกอบการขาดทุน จะยังไม่มีภาระภาษีที่ต้องชำระ แต่ยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินให้กรมสรรพากรรับทราบตามกฎหมายเสมอ
หากบริษัทดำเนินกิจการแล้วขาดทุน ยังต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลไหม?
ยังต้องยื่นแบบภาษี ทั้ง ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) และ ภ.ง.ด.50 (สิ้นปี) ตามปกติ แม้ผลการดำเนินงานจะขาดทุนสุทธิก็ตาม เพราะการยื่นแบบเป็นการแจ้งสถานะทางการเงินอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ผลขาดทุนสุทธิทางภาษียังสามารถนำไปยกมาหักเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีถัดไปได้สูงสุดถึง 5 ปีอีกด้วย
นิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายอะไรมาหักลดหย่อนภาษีได้บ้าง?
นิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ เช่น ค่าเช่าอาคาร เงินเดือนพนักงาน ค่าเดินทาง ค่าการตลาด รวมถึงรายจ่ายพิเศษที่รัฐบาลสนับสนุนให้หักภาษีได้เป็น 2 เท่า เช่น ค่าใช้จ่ายในการอบรมสัมมนาพนักงาน หรือค่าซื้อโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่จดทะเบียนในไทย ทั้งนี้ รายจ่ายนั้นต้องมีหลักฐานเอกสารประกอบที่ชัดเจน และไม่เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร