
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นอกจากการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แล้ว การช้อปปิ้งก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ สำหรับใครที่สงสัยว่า VAT Refund คืออะไร อธิบายง่าย ๆ คือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% จากการซื้อสินค้าในไทยได้นั่นเอง ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกขั้นตอนการขอคืนภาษีนักท่องเที่ยวว่า ต้องทำอย่างไร เตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อให้ชาวต่างชาติได้เงินคืนเข้ากระเป๋าแบบง่าย ๆ และไม่ยุ่งยาก
ใครบ้างที่มีสิทธิ์ขอคืนภาษีนักท่องเที่ยว (VAT Refund)
ไม่ใช่ว่าชาวต่างชาติทุกคนจะสามารถขอภาษีนักท่องเที่ยวคืนได้เสมอไป ทางกรมสรรพากรได้กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขเบื้องต้นของผู้ที่มีสิทธิ์ขอคืนภาษีไว้ชัดเจน โดยจะต้องเข้าเกณฑ์ทั้งหมดดังต่อไปนี้
- ไม่เป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย
- ไม่เป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
- ไม่เป็นนักบิน หรือลูกเรือ ของสายการบินที่กำลังเดินทางออกนอกประเทศไทย
- ต้องเดินทางออกนอกประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ (สนามบินนานาชาติ) เท่านั้น
- ต้องซื้อสินค้าจากร้านที่เข้าร่วมโครงการ โดยให้สังเกตป้ายหรือเครื่องหมาย “VAT REFUND FOR TOURISTS” ที่แสดงไว้บริเวณร้านค้า
- ต้องมียอดซื้อสินค้า (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) จากสถานประกอบการแห่งเดียวกัน ไม่น้อยกว่า 2,000 บาทต่อวัน
เงื่อนไขการซื้อสินค้าเพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม
เพื่อให้การขอคืนภาษีนักท่องเที่ยวถูกต้องก็จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขสำคัญ เช่น
- มูลค่าสินค้าในแต่ละร้านต้องไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท (รวม VAT)
- ยอดซื้อรวมทั้งหมดต้องไม่น้อยกว่า 5,000 บาท
- ต้องซื้อสินค้าภายในระยะเวลา 60 วันก่อนเดินทางออก
- ร้านค้าต้องออกเอกสาร ภ.พ.10 ให้ครบถ้วน
- สินค้าต้องนำออกนอกประเทศภายในกำหนด
ขั้นตอนการขอคืนภาษีนักท่องเที่ยว (VAT Refund)
ขั้นตอนการขอคืนภาษีไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด โดยสามารถทำเรื่องรับเงินคืนได้อย่างรวดเร็ว โดยมี 4 ขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

1. ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วม VAT Refund
ก่อนเลือกซื้อสินค้า แนะนำให้มองหาร้านค้าที่มีป้าย “VAT Refund for Tourists” ซึ่งมักติดอยู่บริเวณหน้าร้านหรือจุดแคชเชียร์ เพื่อยืนยันว่าร้านนั้นสามารถออกเอกสารสำหรับขอคืนภาษีได้ เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขขั้นต่ำ 2,000 บาทต่อวันต่อร้าน ควรแจ้งพนักงานตั้งแต่ตอนชำระเงินทันทีว่าต้องการใช้สิทธิ์คืนภาษี เพื่อให้ร้านออกเอกสารได้ถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่แรก ลดปัญหาต้องกลับมาแก้ไขภายหลัง
2. ขอเอกสารภ.พ.10 จากร้านค้า
พนักงานจะออกคำร้องขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือใบ ภ.พ.10 พร้อมแนบใบกำกับภาษีต้นฉบับมาให้ ซึ่งในปัจจุบันหลายร้านค้าชั้นนำเริ่มเปลี่ยนมาใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tax invoice) ที่ช่วยลดความยุ่งยากเรื่องเอกสารกระดาษสูญหายได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบชื่อและข้อมูลหนังสือเดินทางในเอกสารให้ถูกต้องตรงกันตั้งแต่อยู่ที่ร้าน
3. แสดงสินค้าและเอกสารที่สนามบิน
ก่อนนำกระเป๋าไปโหลดเช็กอินที่สนามบิน จะต้องนำสินค้าที่ซื้อพร้อมเอกสารและพาสปอร์ต ไปให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราที่เคาน์เตอร์ศุลกากรก่อนเสมอ หากสินค้าชิ้นใหญ่ต้องโหลดใต้ท้องเครื่อง ให้ตรวจก่อนโหลด แต่ถ้าเป็นของมีค่าชิ้นเล็กจะต้องถือติดตัว (Carry-on) เพื่อนำไปตรวจซ้ำด้านในอีกครั้ง
4. ยื่นเรื่องเพื่อรับเงินคืน
หลังจากผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทางเข้าไปด้านในแล้ว ให้นำเอกสารที่ได้รับการประทับตราจากศุลกากรเรียบร้อยแล้ว ไปยื่นที่เคาน์เตอร์ VAT Refund for Tourists Office เพื่อขอรับเงินคืน
สินค้าประเภทไหนที่ไม่สามารถขอคืนภาษีได้
แม้จะซื้อจากร้านที่เข้าร่วมโครงการ แต่สินค้าบางประเภทก็ไม่เข้าเงื่อนไขการขอคืนภาษีนักท่องเที่ยว เช่น
- สินค้าและบริการที่ถูกบริโภคหรือใช้งานไปแล้วในประเทศไทย เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าสปา เป็นต้น
- อาวุธปืนและวัตถุระเบิด
- อัญมณีที่ยังไม่ได้ประกอบเป็นตัวเรือน
- ยานพาหนะ
- สินค้าที่ผิดกฎหมายทุกชนิด
สามารถขอรับเงินคืนภาษีนักท่องเที่ยวได้ที่ไหนบ้าง
นักท่องเที่ยวสามารถขอรับเงินคืนได้ที่สนามบินนานาชาติ 10 แห่งในประเทศไทย ได้แก่
- ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
- ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง
- ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่
- ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงราย
- ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
- ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่
- ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย
- ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
- ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่
- ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี
นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีการอำนวยความสะดวกผ่านระบบ E-VRT ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนามาโดยเฉพาะ และระบบของทางรัฐที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถทำเรื่องขอคืนภาษีออนไลน์ได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
จัดการเอกสาร คืนภาษีนักท่องเที่ยวให้ถูกต้องและรวดเร็วด้วย Ditto
สำหรับร้านค้าหรือธุรกิจที่รับรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ การจัดการเอกสารคืนภาษีนักท่องเที่ยว (VAT Refund) จำนวนมากอาจเป็นเรื่องปวดหัว Ditto ช่วยตอบโจทย์ด้วยโซลูชันECM/DMS พร้อมบริการครบวงจรทั้ง Hardware อย่างเครื่อง POS ที่รองรับการออกเอกสารคืนภาษี และ Software ที่ทำงานเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้การจัดเก็บ ค้นหา และส่งต่อเอกสารทางบัญชีเป็นไปอย่างมีระบบและถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังรองรับการออกใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยลดปัญหาเอกสารสูญหายและลดข้อผิดพลาด (Human Error) ในการทำงาน นอกจากนี้ ยังช่วยเตรียมความพร้อมฐานข้อมูล เพื่อเชื่อมต่อกับระบบของกรมสรรพากรได้อย่างราบรื่น ทำให้ธุรกิจบริหารจัดการได้คล่องตัวขึ้น ลดเวลารอคิวหน้าร้าน และยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้

Article Summary
การขอคืนภาษีนักท่องเที่ยวถือเป็นอีกหนึ่งสิทธิ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการเดินทางมาเที่ยวและช้อปปิ้งในประเทศไทย หากวางแผนล่วงหน้าและเข้าใจขั้นตอนให้ครบ ตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้าจากร้านที่เข้าร่วมโครงการ การขอเอกสารให้ถูกต้อง ไปจนถึงการตรวจสินค้ากับศุลกากรและยื่นเรื่องภายในสนามบิน ก็จะช่วยให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ยุ่งยาก และได้รับเงินคืนอย่างรวดเร็วตามสิทธิ์ที่ควรได้รับ
ทั้งนี้ สำหรับร้านค้าและธุรกิจที่ต้องการยกระดับบริการ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ การนำระบบจัดการเอกสารที่รองรับระบบ E-VRT จาก Ditto มาใช้งาน จะช่วยอำนวยความสะดวกในการออกเอกสารขอคืนภาษีได้อย่างรวดเร็ว ลดความยุ่งยากและข้อผิดพลาดในการทำงาน พร้อมสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ประทับใจจนลูกค้าอยากกลับมาซื้อซ้ำ สนใจปรับปรุงระบบหลังบ้านให้พร้อมรับมือนักท่องเที่ยวอย่างมืออาชีพ สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line @dittothailand หรือโทร. 02 – 517 – 5555
ขอบคุณข้อมูลจาก กรมสรรพากร
Frequently Asked Questions (FAQ)
หากลืมประทับตราศุลกากรที่ด้านนอกก่อนเช็กอิน ขอคืนภาษีนักท่องเที่ยวได้หรือไม่?
ไม่ได้ เพราะขั้นตอนประทับตราศุลกากรสำคัญมาก หากเอกสารไม่ได้รับการประทับตราจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรด้านนอกก่อนโหลดกระเป๋า จะไม่สามารถขอทำเรื่องคืนภาษีนักท่องเที่ยวที่เคาน์เตอร์ด้านในได้เลย
สินค้าแบรนด์เนมที่มีมูลค่าสูง มีข้อกำหนดพิเศษหรือไม่?
มีข้อกำหนดเพิ่มเติม สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าสูงเกิน 10,000 บาท เช่น เครื่องประดับ ทองคำ นาฬิกา แว่นตา สมาร์ทโฟน หรือกระเป๋าแบรนด์เนม จะต้องถือติดตัว (Carry-on) เพื่อนำไปแสดงให้เจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจซ้ำอีกครั้งที่เคาน์เตอร์ VAT Refund ด้านในห้องผู้โดยสารขาออก
นอกจากรับเงินสดที่สนามบิน มีวิธีรับภาษีเงินคืนแบบอื่นไหม?
หากยอดภาษีที่ขอคืนไม่เกิน 30,000 บาท สามารถเลือกรับเป็นเงินสด, ดราฟต์ โดยสามารถระบุได้ 4 สกุล ได้แก่ USD, Euro, Yen, Pound Stering หรือขอโอนเข้าบัญชีบัตรเครดิตได้ แต่หากยอดภาษีที่ขอคืนเกิน 30,000 บาท จะไม่สามารถรับเป็นเงินสดได้ โดยจะต้องเลือกรับเป็นดราฟต์หรือโอนเข้าบัตรเครดิตเท่านั้น