การพัฒนาผลิตภัณฑ์
เพื่อสิ่งแวดล้อม
การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม
ป่าชายเลน (Mangrove Forests) หรือที่เรียกว่าเป็น ‘Blue Carbon Ecosystem’ นั้น มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยดูดซับและเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink) ทั้งยังมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำทางทะเล ช่วยคืนความสมบูรณ์ให้แก่ชายฝั่งทะเลของประเทศไทย
บริษัทได้มีการดำเนินการร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเข้าร่วมเป็นผู้พัฒนาโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต เป็นการสนับสนุนการดำเนินงานด้านสังคมของบริษัท ผ่านการดำเนินธุรกิจร่วมกับชุมชนและสังคม โดยนำเทคโนโลยีในการบริหารจัดการเพื่อให้ป่ามีความอุดมสมบูรณ์และร่วมกับชุมชนในการดูแลรักษาป่า และฟื้นฟูระบบนิเวศให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนี้
การปลูกป่าชายเลนเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการที่ดีของทรัพยากรธรรมชาติ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสามารถให้ผลผลิตที่ยั่งยืนและช่วยในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสังคม
การปลูกป่าชายเลนมีผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นโดยการสร้างโอกาสในการทำงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยของชุมชนและสัตว์ป่าท้องถิ่น
การปลูกป่าชายเลนมีผลต่อการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และช่วยในการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การดูแลป่าชายเลนช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและช่วยในการบรรเทาปัญหาทางสิ่งแวดล้อม
ผลการดำเนินงานที่สำคัญปี 2568
การเข้าร่วมเป็นผู้พัฒนาโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานด้าน Climate Technology กลุ่ม Nature-based solutions ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐานในการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนผ่านโครงการปลูกป่าชายเลน โดยใช้ระบบการติดตาม (Monitoring) และการตรวจสอบ (Verification) ป่าชายเลน
จำนวนพื้นที่ในการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนรวม 175,196.05 ไร่ ระยะเวลาดำเนินการโครงการ 30 ปี แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ประเภท
1. ป่าพัฒนาร่วมกับชุมชน จำนวน 93 ชุมชน รวม 154,838.02 ไร่
2. ป่าปลูกใหม่ รวม 20,358.03 ไร่
การออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token)
บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมตัวออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัล (Initial Coin Offering : ICO) มีมูลค่าในการเสนอขายรวมไม่เกิน 480.00 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายไปใช้สำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโครงการปลูกป่าชายเลน เช่น การปลูกกล้าไม้ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาพันธุ์ไม้ตลอดอายุโครงการโทเคนดิจิทัล ชำระค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม ชำระคืนเจ้าหนี้ที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุน (ถ้ามี) และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการดำเนินงานของบริษัท และผู้ถือโทเคนดิจิทัลจะมีสิทธิได้รับผลตอบแทนจากการขายคาร์บอนเครดิตอ้างอิงสุทธิ ซึ่งในปัจจุบันได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว