Big Data คืออะไร สามารถนำมาประยุกต์ใช้ภายในองค์กรได้อย่างไรบ้าง

  • กุมภาพันธ์ 23, 2024

News Description

Big Data คืออะไร สามารถนำมาประยุกต์ใช้ภายในองค์กรได้อย่างไรบ้าง

 

ในยุคปัจจุบันที่ข้อมูลมีปริมาณมหาศาลและเติบโตอย่างรวดเร็ว องค์กรใดที่มีฐานข้อมูลหรือ Big Data จำนวนมากเท่าไร จะยิ่งกลายเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจมากเท่านั้น เพราะคุณค่าของข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนากลยุทธ์และวางแผนการตลาดให้ตอบโจทย์อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น 

 

Big Data คืออะไร?

 

Big Data คือ ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ ที่มีปริมาณมหาศาล หลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น ฐานข้อมูลขององค์กร ฐานข้อมูลลูกค้า ข้อมูลโซเชียลมีเดีย ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค และอื่น ๆ ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์เฉพาะทางในการเก็บรวบรวม จัดการ และวิเคราะห์ 

ซึ่งชุดข้อมูลขนาดใหญ่นี้ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนและต่อยอดการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสม จึงต้องถูกจัดเก็บอยู่บนระบบจัดการเอกสารและข้อมูล เพื่อให้องค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถขยายขนาดของฐานข้อมูลได้ตามความต้องการ 

 

Big Data เกิดขึ้นได้อย่างไร?

Big Data เป็นคำที่เริ่มฮิตกันช่วงยุค 90 โดยคุณ John Mashey เป็นคนจุดประกายให้คำนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง จุดเริ่มต้นจริง ๆ มาจากการที่โลกเรามีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามามหาศาล ทั้งแบบที่จัดเรียงเป็นระเบียบและแบบที่กระจัดกระจาย จนซอฟต์แวร์รุ่นเก่า ๆ ประมวลผลไม่ไหว หรือถ้าทำได้ก็ช้าเกินไป แถมขนาดของข้อมูลก็โตไวมาก ๆ จากสเกลเทราไบต์ (TB) พุ่งไปเป็นเซตตาไบต์ (ZB) ทำให้มนุษย์ต้องสร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ มารับมือกับความซับซ้อนนี้ จนในที่สุดเมื่อปี 2018 ก็ได้มีการนิยามความหมายใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า Big Data นั้นคือเครื่องมือที่เอาไว้ใช้จัดการกับข้อมูลนั่นเอง   

 

ลักษณะของ Big Data มีอะไรบ้าง

 

ลักษณะของ Big Data มีอะไรบ้าง

 

คุณลักษณะของ Big Data มักถูกเรียกว่า 5Vs ประกอบด้วย

 

  • ปริมาณ (Volume)

หมายถึง ข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาล โดยปริมาณของข้อมูลจะแตกต่างกันไปตามแต่ละอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ อัตราการเพิ่มขึ้นของข้อมูลที่รวดเร็ว ทำให้เกิดความท้าทายในการจัดการ Big Data องค์กรหรือบุคคลที่ต้องการใช้ประโยชน์จาก Big Data จึงจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีและวิธีการที่เหมาะสมในการเก็บรวบรวม จัดการ และวิเคราะห์ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างเต็มศักยภาพ

 

  • ความหลากหลาย (Variety) 

Big Data มีหลากหลายรูปแบบและหลากหลายชนิด ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น  2 ประเภทหลัก ๆ คือ ข้อมูลประเภทที่มีโครงสร้าง (Structured) อาทิเช่น ข้อมูลตัวเลข ข้อมูลตัวอักษร ข้อมูลรูปแบบตาราง เป็นต้น และข้อมูลประเภทที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured) อาทิเช่น ข้อมูลภาพ ข้อมูลเสียง ข้อมูลวิดีโอ เป็นต้น

 

  • ความเร็ว (Velocity)

ความเร็วทั้งจากการสร้างข้อมูลและการประมวลผลข้อมูล ที่สามารถจัดการวิเคราะห์ข้อมูลมีขนาดใหญ่ได้ในเวลาสั้น ๆ อย่างต่อเนื่องแบบ Real-Time เพื่อใช้ข้อมูลได้อย่างทันท่วงที เพราะจะมีข้อมูลใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาในทุกวัน จึงต้องอาศัยความรวดเร็วในการประมวลผลของระบบจัดเก็บข้อมูล

 

  • ความถูกต้อง (Veracity)

ความถูกต้องแม่นยำที่เชื่อถือได้ เพราะข้อมูลประเภท Big Data นี้มีขนาดใหญ่มหาศาล ความถูกต้องของ Big Data มีความสำคัญต่อการนำ Big Data ไปใช้ประโยชน์ เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ Big Data ขึ้นอยู่กับความถูกต้องของข้อมูล หากข้อมูลไม่ถูกต้อง เกิดการ Error ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่ถูกต้องเช่นกัน

 

  • คุณค่า (Value) 

Big Data มีคุณค่าที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น การคาดการณ์ ปรับปรุงประสิทธิภาพ การค้นพบสิ่งใหม่ ต่อยอดไปพร้อมกับแผนการ หรือกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้าหรือการบริการ

 

หลักการทำงานของ Big Data เป็นอย่างไร  

หลักการทำงานของ Big Data สามารถสรุปเป็น 3 ขั้นตอนต่อเนื่องกันง่าย ๆ ดังนี้ 

1. การจัดเก็บข้อมูล 

ขั้นตอนนี้จะเปรียบเสมือนการกวาดรวบรวมข้อมูลทุกรูปแบบจากทุกแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ไฟล์เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ หรือแม้แต่ไฟล์เสียง มาเก็บรวมไว้ในที่เดียวก่อน 

 

2. การประมวลผลข้อมูล 

ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล (Data Processing) นี้ จะนำข้อมูลที่ปะปนกันอยู่มากมายมาจัดระเบียบ แยกหมวดหมู่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันหรือคล้ายคลึงกันให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน และแปลงสภาพให้อยู่ในรูปแบบที่ระบบสามารถนำไปใช้งานต่อได้สะดวก 

 

3. การวิเคราะห์ข้อมูล 

การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) คือการนำข้อมูลที่จัดระเบียบเรียบร้อย แล้วมาเจาะลึกเพื่อหารูปแบบ หรือความเชื่อมโยงที่เราอาจจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น การจับเทรนด์การตลาด วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า หรือคาดการณ์กระแสที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แล้วจึงนำอินไซต์ที่ได้มาสรุปและนำเสนอให้เข้าใจง่ายๆ ผ่านรูปภาพหรือกราฟนั่นเอง

 

ประโยชน์ของ Big Data ที่นำมาประยุกต์ใช้ในองค์กร

ประโยชน์ของ Big Data ที่นำมาประยุกต์ใช้ในองค์กร

 

ประโยชน์ของ Big Data ที่นำมาประยุกต์ใช้ภายในองค์กร มีดังนี้

 

  • ปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ Big Data สามารถช่วยให้องค์กรปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดความสูญเปล่า ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือบริการ เพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างคล่องตัว

 

  • การตัดสินใจ องค์กรจะสามารถวิเคราะห์ ปรับปรุงการตัดสินใจได้ เช่น ตัดสินใจเกี่ยวกับกลยุทธ์ ตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตัดสินใจเกี่ยวกับการตลาด

 

  • ค้นพบโอกาสใหม่ ๆ Big Data สามารถช่วยให้องค์กรค้นพบโอกาสใหม่ ๆ เช่น โอกาสทางการตลาด โอกาสในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือบริการ โอกาสในการขยายธุรกิจ

 

  • พัฒนาการบริการ เนื่องจากเรามีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่สามารถนำมาวิเคราะห์ เช่น เข้าใจความต้องการของลูกค้า ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว แก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เพื่อพัฒนาการบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

 

ข้อควรระวังในการใช้ Big Data 

ถึงแม้ Big Data จะเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่ช่วยสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ แต่การนำมาลงมือทำจริงในองค์กรก็มีหลุมพรางที่ต้องระวังให้ดี ลองมาเช็กกันดูว่ามีจุดไหนที่เราอาจจะเผลอมองข้ามไปบ้าง 

  • เชื่อความรู้สึกตัวเองมากกว่าตัวเลข หลายครั้งที่ข้อมูลวิเคราะห์ผลลัพธ์ออกมาอย่างมีเหตุผลและชัดเจนแล้ว แต่กลับเลือกตัดสินใจตามสัญชาตญาณหรือความคุ้นเคยเดิม ๆ การทำแบบนี้ อาจทำให้การลงทุนทำระบบไปสูญเปล่าได้  
  • หยิบเครื่องมือมาใช้ผิดงาน พอมีระบบใหม่เข้ามา แต่คนในทีมยังฝืนใช้ซอฟต์แวร์รุ่นเก่า ๆ ที่ตัวเองถนัดในการแก้ปัญหา ทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพของ Big Data มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 
  • ขาดแคลนคนเก่งสาย IT และ Data งานนี้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หากองค์กรไม่มีทีมงานที่มีทักษะความพร้อมมารองรับ โปรเจกต์ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ 
  • มองว่า Big Data คือเวทมนตร์แก้ได้ทุกสิ่ง บางปัญหาอยู่นอกเหนือขอบเขตที่ข้อมูลจะช่วยได้ เช่น ระบบอินเทอร์เน็ตขัดข้อง หรือปัญหาขาดคน ซึ่งระบบประมวลผลข้อมูลไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้แทนเราได้ 
  • ทิศทางสวนทางกับกลยุทธ์บริษัท:ถ้าพยายามผลักดันเรื่องนี้โดยขาดการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง หรือองค์กรดันไปโฟกัสแผนงานอื่นมากกว่า โปรเจกต์นี้ก็มีสิทธิ์ไม่สำเร็จได้  
  • ความขี้เกียจเก็บข้อมูล การหลีกเลี่ยงที่จะเก็บข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม เพราะไม่อยากเพิ่มขั้นตอนหรือภาระงาน จะทำให้วัตถุดิบตั้งต้นมีไม่พอหรือผิดเพี้ยน ส่งผลให้ผลการวิเคราะห์ที่ออกมาคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงนั่นเอง 

 

เทคโนโลยีใช้สำหรับ Big Data ที่น่าสนใจ

เทคโนโลยีใช้สำหรับ Big Data ที่น่าสนใจ

 

Cloud Storage 

ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บข้อมูล Big Data ได้จำนวนมากและมีความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูล สามารถเรียกดูข้อมูลและใช้ข้อมูลเพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต

 

Artificial intelligence (AI) 

ปัญญาประดิษฐ์ หรือเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบให้ทำงานเหมือนสมองของมนุษย์ ข้อมูล Big Data และ AI ทำงานสัมพันธ์กัน เพราะ AI ต้องการเรียนรู้ข้อมูลที่มีคุณภาพและจำนวนมากเพื่อวิเคราะห์ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Insight) การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค (Customer Behavior Analysis) การวิเคราะห์แนวโน้ม (Trend Analysis) 

 

Cyber Security & Risk 

ระบบที่ใช้ในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยขององค์กร เมื่อข้อมูล Big Data มีปริมาณมหาศาลและหลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยได้ เช่น การสูญหายของข้อมูล การถูกโจรกรรมข้อมูล การถูกแก้ไขข้อมูล เป็นต้น ระบบ Cyber Security & Risk สามารถช่วยระบุและประเมินความเสี่ยงปกป้องด้านความปลอดภัยของข้อมูล Big Data 

 

Document & Data Management Solutions (ECM/DMS) 

ระบบ ECM/DMS สามารถช่วยจัดเก็บข้อมูล Big Data ในรูปแบบดิจิทัล หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ E-Document รวมถึงรูปภาพ วิดีโอ และเสียง ทำให้องค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย นอกจากนี้ยังสามารถช่วยจัดการข้อมูล Big Data เช่น การจัดหมวดหมู่ การจัดระเบียบ การค้นหา รวมถึงการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล  

 

สรุป Big Data คลังเก็บฐานข้อมูลขนาดใหญ่

 

Big Data ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่มีศักยภาพในการช่วยให้องค์กรและบุคคลประสบความสำเร็จ การนำ Big Data ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถช่วยให้องค์กรเข้าใจลูกค้าและตลาดได้ดีขึ้น ตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด 

 

องค์กรที่ต้องการใช้ประโยชน์จาก Big Data จึงจำเป็นต้องมีระบบจัดเก็บและจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับปริมาณข้อมูลขนาดใหญ่และหลากหลายรูปแบบได้ เนื่องจากระบบเหล่านั้นมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้เป็นอย่างดี ทั้งความง่ายในการเข้าถึงข้อมูลภายใต้การกำหนดสิทธิได้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถใช้งานได้เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาด ประหยัดเวลาและต้นทุนได้อย่างชัดเจน

 

ซึ่ง Ditto เป็นผู้นำด้านการให้บริการระบบจัดการเอกสารและข้อมูลดิจิทัลแบบครบวงจร มีลูกค้าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรเอกชนให้ความเชื่อถือและพี่งพอใจในด้านมาตรฐานการให้บริการ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์อย่างยาวนาน ผลการดำเนินงานของ Ditto จึงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลระบบจัดการเอกสาร เพิ่มเติม

📞 02-517-555

📱063 204 0321

Line ID: @dittothailand

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 

ทำไมทุกองค์กรถึงต้องให้ความสำคัญกับ Big Data? 

เพราะข้อมูลเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ หากองค์กรนำมาวิเคราะห์ได้ ก็จะรู้ใจลูกค้า คาดการณ์เทรนด์ตลาด ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และสร้างข้อได้เปรียบทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล 

 

ข้อมูลแบบไหนบ้างที่นับว่าเป็น Big Data? 

หลัก ๆ จะสามารถแบ่งเป็น 2 แบบ คือข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน เช่น ตัวเลข, ฐานข้อมูลลูกค้า, ไฟล์ตาราง และข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง เช่น รูปภาพ, วิดีโอ, ไฟล์เสียง, ข้อความบนโซเชียลมีเดีย ที่รวมตัวกันจนมีปริมาณมหาศาล

  

ถ้าองค์กรอยากเริ่มทำ Big Data ต้องเริ่มจากตรงไหน 

เริ่มที่สเตปแรก คือการจัดเก็บข้อมูล (Storage) เป็นการกวาดรวบรวมข้อมูลทุกรูปแบบจากทุกแหล่งมาเก็บไว้ในระบบศูนย์กลางให้ปลอดภัยก่อน จากนั้นถึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการนำไปจัดระเบียบ (Processing) และวิเคราะห์เจาะลึก (Analysis) ต่อไป